การเลือกพื้นที่เจาะน้ำบาดาล ในสถานที่ที่ไม่เคยเจาะมาก่อน

การเลือกพื้นที่เจาะน้ำบาดาล ในสถานที่ที่ไม่เคยเจาะมาก่อน

ในปัจจุบันนี้ #การขุดเจาะน้ำบาดาล เป็นที่นิยม และแพร่หลายเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่น้ำประปาเข้าไม่ถึง หรือพื้นที่การเกษตรที่ขาดแคลนแหล่งน้ำในหน้าแล้ง

ทีนี้!! ถ้าเราอยากจะได้ #บ่อน้ำบาดาล สำหรับไว้ใช้ในการอุปโภค บริโภค หรือเอาไว้ใช้ในการทำการเกษตรกรรมสักบ่อหนึ่ง เราจะรู้ได้อย่างไรว่าควรจะขุดเจาะบ่อตรงไหน และมีวิธีการเลือกพื้นที่ที่จะขุดเจาะยังไง? ขุดตรงไหนจะเจอน้ำ? หรือขุดตรงไหนที่จะไม่ทำให้แหล่งน้ำบาดาลอื่นๆเสียหาย?

วันนี้ #ปั๊มบาดาลทอร์ค ขอเอาความรู้ดีๆ เกี่ยวกับ “การเลือกพื้นที่เจาะน้ำบาดาล ในสถานที่ที่ไม่เคยเจาะน้ำบาดาลมาก่อน” มาฝากเพื่อน ๆ กันนะครับ

ถ้าพร้อมแล้วมาดูกันเล้ยยย!

1. ใช้ความรู้ทางวิชาการและการสำรวจ
การเลือกพื้นที่เจาะในสถานที่ที่ไม่เคยขุดเจาะน้ำบาดาลมาก่อน จะต้องใช้ความรู้ทางวิชาการและผลที่ได้จากการสำรวจพื้นที่มาประกอบการเลือก เช่น ใช้ความรู้ทางธรณีวิทยาและอุทกวิทยาน้ำบาดาลของบริเวณพื้นที่ๆจะเจาะ ยกตัวอย่างเช่น

เราอาจจะให้ทีมช่างบาดาลเป็นคนสำรวจเองเบื้องต้น หรือเราจะติดต่อไปยังกรมทรัพยากรน้ำบาดาลประจำจังหวัดเพื่อให้นักธรณีวิทยาออกมาร่วมสำรวจพื้นที่ให้ และที่สำคัญ เราก็สามารถตรวจสอบพื้นที่ของตนเองเบื้องต้นได้ด้วย แผนที่น้ำบาดาลประจำจังหวัดนั้นๆ หรือใช้การตรวจสอบของชั้นหิน และการตรวจสอบชั้นน้ำด้วยการใช้กระแสไฟฟ้า เป็นต้น

2. เจาะบ่อทดสอบเพื่อหาความลึกของแหล่งน้ำ
เมื่อเราเจอพื้นที่ที่ต้องการเจาะแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่เราควรทำคือการเจาะบ่อทดสอบสัก 2-3 บ่อ เพื่อหาความลึกของแหล่งน้ำบาดาล และจุดที่น้ำบาดาลมีปริมาณมากพอให้เราใช้งานได้ตลอดปี ซึ่งความลึกของการเจาะน้ำบาดาลนั้นขึ้นอยู่กับพื้นที่ทางธรณีวิทยาของจังหวัดหรืออำเภอนั้นๆ และความต้องการน้ำที่แท้จริงของเรา ว่าต้องการน้ำกี่คิวต่อชั่วโมง เป็นต้น

3. ดูจากลักษณะภูมิประเทศ
นอกจากเราจะใช้ความรู้ทางวิชาการและการใช้เครื่องมือทดสอบแล้ว เรายังสามารถเลือกพื้นที่ได้โดยการดูจากลักษณะภูมิประเทศในแถบนั้นได้อีกด้วย

เช่น ในพื้นที่ที่เป็นทุ่งราบ ถ้ามีบ่อน้ำของชาวบ้านที่ระดับน้ำไม่ลึกมาก มีน้ำใช้ตลอดทั้งปี เมื่อขุดแล้วพบกรวดทรายลักษณะกลมมน พื้นที่นั้นมักจะมีแหล่งน้ำบาดาล เป็นต้น

แต่ถ้ากรวดทรายมีลักษณะเป็นเหลี่ยมๆ มีดินเหนียวสีขาวปนอยู่มาก พื้นที่นั้นมักไม่มีแหล่งน้ำบาดาล ควรปรึกษาช่างหรือนักธรณีวิทยาของจังหวัดเพิ่มเติมครับ

4. พื้นที่ๆอยู่ใกล้แหล่งน้ำบนดินมักเป็นแหล่งน้ำบาดาลด้วย
พื้นที่ที่เป็นทุ่งราบหรือหุบเขาที่มีลำธารไหลผ่าน หรือแอ่งน้ำที่มีหาดทรายกว้างขวาง มักจะเป็นที่ที่มีน้ำล้นในหน้าฝน บริเวณนี้จะเป็นแหล่งน้ำบาดาลอย่างดี จะขุดเจาะตรงไหนก็ได้น้ำครับ

พื้นที่ที่อยู่ใกล้ทะเลก็มีโอกาสเจอน้ำบาดาลมากเหมือนกัน แต่ระวังอย่างเจาะลึกเกินไป เพราะอาจจะเจอน้ำเค็มได้นะครับ

5. สังเกตจากบริเวณที่มีต้นไม้
พื้นที่ที่เป็นทุ่งราบแล้ง มีแต่ต้นหญ้าแห้งๆ แต่มีต้นไม้ขึ้นเขียวชะอุ่มเป็นเป็นกลุ่มๆหรือเป็นแนวยาวอยู่ตลอดทั้งปี แสดงว่าบริเวณนั้นมีแหล่งน้ำบาดาลที่ต้นไม้ใช้เป็นอาหารหลักอยู่ใต้ดินแน่นอนครับ และในพื้นที่ที่มีดินเค็มมากๆ เช่น ในภาคอิสาน ให้เราเลือกเจาะในบริเวณที่มีต้นไม้ขึ้นเป็นกลุ่ม จะมีโอกาสเจอน้ำจืดมากกว่าน้ำเค็มครับ

6. ขุดเจาะให้ห่างจากแหล่งน้ำเสีย
การเลือกพื้นที่ขุดเจาะน้ำบาดาล ข้อควรระวังสำคัญอีกอย่างนึงคือ ควรเจาะให้ห่างจากแหล่งน้ำเสียในบริเวณนั้น เช่น บ่อส้วม บ่อขยะ คอกสัตว์ หรือ ท่อระบายน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้แหล่งน้ำบาดาลเกิดการปนเปื้อนสิ่งสกปรกและเชื้อโรคต่างๆที่อาจมาจากน้ำเสียได้

หากเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ควรขุดเจาะน้ำบาดาลให้ห่างจากแหล่งน้ำเสียอย่างน้อย 30 เมตร ขึ้นไปนะครับ

7. ควรศึกษาให้ดีก่อนขุดเจาะ
ใครที่มีความต้องการขุดเจาะน้ำบาดาล เพื่อนำน้ำไปใช้ในการอุปโภค บริโภค หรือแม้แต่การใช้ในภาคเกษตรกรรม และอุตสาหกรรม ควรทำการสำรวจพื้นที่ที่ต้องการเจาะและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำบาดาลให้แน่ใจก่อนนะครับ เพราะการขุดเจาะน้ำบาดาลขึ้นมาใช้ โดยไม่มีความรู้ อาจทำให้ได้น้ำที่ไม่มีคุณภาพ และอาจทำให้แหล่งน้ำใต้ดินเกิดการปนเปื้อนจากการขุดเจาะนั้นๆได้ หรืออาจจะเจาะลงไปแล้วไม่เจอน้ำ ทำให้เสียเวลาและเสียค่าใช้จ่ายไปฟรี ๆ เลยนะครับ

เพราะการเจาะน้ำบาดาลสักบ่อ ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆเราก็เจาะมาใช้กันได้เลยนะครับ

นอกเหนือจากการติดต่อประสานงานหาทีมช่างเจาะแล้ว เรายังต้องติดต่อขอใบอนุญาตจาก กรมทรัพยากรน้ำบาดาล เสียก่อน พอเราขออนุญาตพร้อมกับชำระค่าธรรมเนียม รวมถึงมีนักธรณีวิทยาจากกรมน้ำบาดาลฯลงพื้นที่สำรวจเสร็จสิ้นแล้ว เราก็ต้องรอใบอนุญาตการเจาะอีกสักพัก

พอได้รับใบอนุญาตจากกรมน้ำบาดาลมาเรียบร้อย เราก็นัดหมายกับช่างเพื่อลงหน้างานเจาะได้ทันทีครับ

พอช่างเจาะจนเจอตาน้ำตามที่ต้องการแล้ว ช่างจะนำท่อพีวีซีตามขนาดของบ่อที่เจาะไว้ใส่ลงไปในบ่อ ซึ่งขนาดของท่อส่วนใหญ่แล้วจะขึ้นอยู่กับความต้องการน้ำของเรา(ความต้องการน้ำ สัมพันธ์กับวัตถุประสงค์การใช้น้ำ พื้นที่ภูมิศาสตร์ ชนิดของชั้นหินหรือชั้นดิน ระยะทาง และความลึกของบ่อเสมอ)

สิ่งสุดท้ายที่เราต้องการและขาดไม่ได้เลยก็คือ “ปั๊มบาดาล” ปั๊มซับเมิร์สหรือปั๊มบาดาล ที่มีความแรงมอเตอร์และขนาดเหมาะสมกับท่อและความลึกของบ่อ

โดยปั๊มบาดาลที่ดี ตัวเครื่องควรทำจาก stainless steel 100% เกรด 304 ขึ้นไป เพื่อความแข็งแกร่ง ทนทาน และไม่เป็นสนิม นอกจากนั้นเราต้องดูเรื่องของมอเตอร์ ใบพัด ซีลและรอยต่อต่างๆของตัวปั๊มที่ต้องได้มาตรฐานระดับ IP68 เป็นต้นไป ที่สามารถป้องกันฝุ่น กรวด หิน ดิน ทราย และน้ำได้อย่างสมบูรณ์แบบ อีกทั้งต้องดูเรื่องของระบบไฟ การทนไฟตก ทนกระแสไฟไม่สม่ำเสมอ เพราะพื้นที่ติดตั้งปั๊มบาดาลส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ห่างไกลจากกระแสไฟหลัก จึงทำให้เกิดความไม่แน่นอนเรื่องของการส่งกระแสอยู่ตลอด และที่สำคัญที่สุดคือเรื่องของราคาและการรับประกันหลังการขาย ราคาต้องไม่สูงจนเกินไป สามารถจับต้องได้และหาซื้อได้ง่าย และมีการรับประกันตัวเครื่องและมอเตอร์อย่างน้อย 1 ปี ผู้ใช้ถึงจะมั่นใจในการใช้งานสูบน้ำได้ในระยะยาวครับ

อย่าลืมนะครับ!!! “ราคาต้องไม่สูงจนเกินไป สามารถจับต้องได้ หาซื้อได้ง่าย และมีการรับประกันตัวเครื่องและมอเตอร์อย่างน้อย 1 ปี

ปั๊มบาดาลทอร์ค

พอเราเลือกปั๊มได้แล้ว เราก็นำมาติดตั้งลงบ่อ เซ็ตอัพระบบตู้ควบคุมการทำงานของปั๊ม รวมไปถึงสวิตซ์เปิด/ปิดการทำงานของตัวเครื่อง พอทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้ว ให้เราทดสอบการทำงานของปั๊มโดยการทดลองสูบน้ำขึ้นมา และเปิดทิ้งไว้เพื่อดูสีของน้ำ การไหลของน้ำสักพักหนึ่ง ทางช่างจะทำการเก็บตัวอย่างของน้ำและดินที่ขุดได้จากบ่อส่งไปยังกรมน้ำบาดาลอีกทีนึงพร้อมกับผลรายงานการเจาะในแต่ละครั้ง ก็เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการเจาะน้ำบาดาลแล้วล่ะครับ

หากใครอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องการขออนุญาตเจาะน้ำบาดาลและอื่นๆ ลองคลิกไปอ่านดูนะครับ:
หลักเกณฑ์การขออนุญาตเจาะน้ำบาดาลของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล
ซื้อที่ดินแล้วพบว่ามีบ่อบาดาลอยู่แล้วต้องทำอย่างไรบ้าง?
สถานที่ประเภทใดสามารถขอเจาะใช้น้ำบาดาลได้บ้าง?


สุดท้ายนี้!! หากใครกำลังมองหาปั๊มบาดาลที่ดี มีคุณภาพ มาตรฐานสากล คุณสมบัติเยี่ยม สูบน้ำได้แรงสะใจ แรงสูบสม่ำเสมอ ใบพัดสะบัดหิน สะบัดทราย ปัญหาไม่จุกจิก มีระบบป้องกันไฟเกิน และสามารถทนไฟตกได้มากถึง 170V และที่สำคัญมีการรับประกันตลอด 1 ปีเต็ม ทั้งตัวเครื่องและมอเตอร์ หากปั๊มมีปัญหาและยังอยู่ในปีรับประกัน สามารถส่งเคลมกับเราได้เลยทันที ต้องปั๊มบาดาลทอร์คเท่านั้น

ปั๊มบาดาลทอร์ค ทน แกร่ง แรงจัด

ติดตามข่าวสาร โปรโมชั่น และสาระดีๆจาก TORQUE เพิ่มเติมได้ที่:
1. Facebook: ปั๊มบาดาลทอร์ค Torque
2. Line Official Account: TORQUE (ทอร์ค) พิมพ์ @pumptorque
3. Tel: 02-925-6660
4. Hotline : 081-444-8102 (สายด่วนปรึกษาเรื่องปั๊มน้ำ)
5. Email : marketing@soiha.com
6. Website: www.torque-th.com

Recent Knowledge